หลังผ่าตัดไทรอยด์แบบเปิดเสร็จ คำถามที่ผมเจอบ่อยที่สุดคือ "กลับบ้านแล้วต้องดูแลตัวเองยังไง แผลจะเป็นแผลเป็นไหม คอจะตึงตลอดไปหรือเปล่า" ข่าวดีคือถ้าปฏิบัติตัวถูกต้อง โดยเฉพาะเรื่อง การยืดคอ ที่ผมจะเน้นในบทความนี้ อาการตึงและแผลเป็นดึงรั้งจะดีขึ้นมากและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ บทความนี้เป็นคำแนะนำการปฏิบัติตัวหลังผ่าตัดไทรอยด์แบบเปิดที่ผมให้คนไข้ทุกคน อ่านให้ครบแล้วทำตามได้เลย
วันแรก ๆ หลังผ่าตัด
หลังฟื้นจากยาสลบ ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถลุกนั่ง ลุกเดิน ดื่มน้ำ และรับประทานอาหารได้ หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน แพทย์มักอนุญาตให้กลับบ้านได้ภายใน 1–2 วัน ช่วงนี้อาจมีอาการเจ็บแผล กลืนแล้วตึง ๆ หรือเสียงเปลี่ยนเล็กน้อยได้ ซึ่งมักดีขึ้นเอง การหนุนหมอนสูงเล็กน้อยช่วยลดอาการบวมบริเวณคอได้
การดูแลแผลที่คอ
การผ่าตัดไทรอยด์แบบเปิดจะมีแผลอยู่บริเวณลำคอด้านหน้า สิ่งที่ควรทำคือ
- ดูแลแผลให้ แห้งและสะอาด ระวังไม่ให้แผลหรือผ้าปิดแผลเปียกในช่วงแรก ตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ
- ไม่แกะ ไม่เกา ไม่ขัดถูบริเวณแผล
- โดยทั่วไปใช้ ไหมละลาย จึงมักไม่ต้องตัดไหม (ขึ้นกับวิธีเย็บของแพทย์)
- สังเกตแผลทุกวัน หากมีบวมแดง ปวดมากขึ้น มีหนอง หรือเลือดซึมผิดปกติ ให้รีบพบแพทย์
การยืดคอหลังผ่าตัด — เริ่มเมื่อครบ 7 วัน
การยืดคออย่างสม่ำเสมอคือสิ่งที่ทำให้อาการตึงและแผลเป็นดึงรั้งดีขึ้นมากที่สุด ทำตามนี้ครับ
- ท่ายืด: เงยหน้าขึ้นให้สุด ค้างไว้จนรู้สึก ตึงที่สุด (ตึงจนเจ็บเล็กน้อยได้)
- ค้างไว้ 15 วินาที แล้วพัก — นับเป็น 1 ครั้ง
- ทำ ตอนเช้า 10 ครั้ง และ ตอนเย็น 10 ครั้ง
- ทำต่อเนื่อง 1 เดือน อาการตึงจะดีขึ้นประมาณ 80%
- เมื่อครบ 3–4 เดือน อาการตึงจะหายไป เกือบ 100%
กุญแจสำคัญคือความสม่ำเสมอ — ยืดทุกวันจนครบกำหนด อย่าหยุดกลางคัน
เหตุที่ต้องยืดคอ เพราะหลังผ่าตัดแผลและเนื้อเยื่อบริเวณคอจะค่อย ๆ สมานและหดรั้ง ถ้าไม่ยืด อาจรู้สึกตึงเวลาเงยหน้าหรือกลืน การยืดคออย่างถูกวิธีจะช่วยให้เนื้อเยื่อยืดหยุ่นและอาการตึงหายเร็ว
ข้อห้ามสำคัญหลังผ่าตัด
สิ่งที่ต้อง หลีกเลี่ยงเด็ดขาด ในช่วงพักฟื้น เพื่อไม่ให้แผลมีปัญหาและฟื้นตัวได้ดี
- ห้ามนวดคอ คลึงคอ บริเวณแผลและรอบ ๆ โดยเด็ดขาด
- งดยกของหนัก และ งดออกกำลังกายหนัก เป็นเวลา 1 เดือน (เดินเบา ๆ ทำได้)
- หลีกเลี่ยงการเกร็งคอแรง ๆ หรือกิจกรรมที่กระแทกบริเวณคอ
ส่วนการ ยืดคอ ให้เริ่มเมื่อครบ 7 วันตามที่อธิบายข้างต้น ซึ่งต่างจากการนวด/คลึง โดยการยืดคือการเงยค้างไว้ ไม่ใช่การกดหรือคลึงที่แผล
อาหารและการกินยา
เนื่องจากแผลอยู่ที่คอ ไม่ใช่ในช่องปาก จึง รับประทานอาหารได้ตามปกติ ช่วงแรกถ้ารู้สึกเจ็บคอเวลากลืน อาจเลือกอาหารที่กลืนสบายก่อน แล้วค่อยกลับมากินปกติ ส่วนยาที่แพทย์จ่ายให้อาจมี
- ยาแก้ปวด
- แคลเซียมและวิตามินดี หากมีข้อบ่งชี้ (โดยเฉพาะเมื่อตัดต่อมไทรอยด์ออกทั้งสองข้าง)
- ฮอร์โมนไทรอยด์ หากตัดต่อมออกทั้งหมด หรือแพทย์พิจารณาว่าจำเป็น — อ่านเพิ่มที่ ชีวิตหลังผ่าตัดไทรอยด์ ต้องกินยาตลอดชีวิตไหม
ควรรับประทานยาตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด และไม่หยุดยาเอง หากมีอาการมือจีบเกร็ง ชาปลายมือปลายเท้าหรือรอบปาก ซึ่งอาจเป็นสัญญาณ แคลเซียมต่ำ ให้รีบปรึกษาแพทย์
อาการแบบไหนที่ควรรีบกลับมาพบแพทย์
- คอบวมโตเร็วผิดปกติ หรือหายใจลำบาก
- เลือดออกจากแผลไม่หยุด
- มือจีบเกร็ง ชารอบปากหรือปลายมือปลายเท้า (สัญญาณแคลเซียมต่ำ)
- ไข้สูง แผลบวมแดง มีหนอง
- เสียงแหบมากขึ้นเรื่อย ๆ — อ่านเพิ่มที่ เสียงแหบหลังผ่าตัดไทรอยด์
การมาตรวจติดตาม
ควรมาตามนัดเพื่อให้แพทย์ประเมินแผล ผลชิ้นเนื้อ และระดับฮอร์โมน/แคลเซียม การตรวจติดตามช่วยปรับยาให้เหมาะสมและจับปัญหาได้แต่เนิ่น ๆ หากมีข้อสงสัยระหว่างนี้ สามารถสอบถามได้เสมอ
มีคำถามเรื่องการปฏิบัติตัวหลังผ่าตัด หรือกังวลเรื่องแผลเป็นที่คอ
หากมีข้อสงสัยเรื่องการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด การยืดคอ หรือกังวลเรื่องแผลเป็นที่คอและอยากรู้จักทางเลือกผ่าตัดแบบ ไม่มีแผลที่คอ (TOETVA) สามารถสอบถามหมออังกูรได้ทาง LINE @drangkoon