การรักษาไทรอยด์ The Series · ตอนที่ 1

ผ่าตัดไทรอยด์แบบเปิด (Open Thyroidectomy) ครบทุกมิติที่คนไข้ควรรู้ ก่อนตัดสินใจผ่าตัด

เขียนโดย นพ.อังกูร อนุวงศ์ ศัลยแพทย์ผู้คิดค้น TOETVA · ผ่าตัดไทรอยด์มากกว่า 6,800 ราย อ่าน ~8 นาที
การผ่าตัดไทรอยด์แบบเปิด ครบทุกมิติที่คนไข้ควรรู้ โดย นพ.อังกูร อนุวงศ์
⚡ สรุปใน 30 วินาที

หลายครั้งที่ผมตรวจคนไข้ในห้องตรวจ สิ่งแรกที่คนไข้ถามแทบทุกคนก็คือ

"หมอครับ…ถ้าต้องผ่าตัด จำเป็นต้องผ่าแบบเปิดใช่ไหม"

หรือบางคนก็ถามว่า "หมอคะ หนูเห็นในอินเทอร์เน็ตมีทั้งผ่าเปิด ผ่าส่องกล้อง แล้วก็ผ่าหุ่นยนต์ ต่างกันยังไง"

จริง ๆ แล้วคำถามนี้ไม่มีคำตอบที่ใช้ได้กับทุกคนครับ เพราะการผ่าตัดแต่ละแบบมีข้อดี ข้อจำกัด และข้อบ่งชี้ที่แตกต่างกัน

ในบทความนี้ ผมจะอธิบายทุกเรื่องเกี่ยวกับ การผ่าตัดไทรอยด์แบบเปิด (Open Thyroidectomy) ตั้งแต่ขั้นตอนการผ่าตัด ข้อดี ข้อเสีย ภาวะแทรกซ้อน การพักฟื้น รวมถึงคำถามที่คนไข้ถามบ่อย เพื่อให้สามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง

การผ่าตัดไทรอยด์แบบเปิด คืออะไร

การผ่าตัดไทรอยด์แบบเปิด (Open Thyroidectomy) เป็นวิธีมาตรฐานที่ใช้รักษาโรคไทรอยด์มานานกว่า 100 ปี ศัลยแพทย์จะเปิดแผลบริเวณด้านหน้าลำคอ เพื่อเข้าไปผ่าตัดต่อมไทรอยด์โดยตรง

สามารถทำได้ทั้ง

เป็นวิธีที่ศัลยแพทย์ทั่วโลกคุ้นเคยและยังคงใช้กันอย่างแพร่หลายจนถึงปัจจุบัน (ส่วนการตัดสินใจว่าควรผ่าครึ่งต่อมหรือทั้งต่อม ผมเขียนแยกไว้ละเอียดในบทความ ผ่าไทรอยด์ครึ่งต่อม หรือทั้งต่อม แบบไหนดีกว่ากัน)

ผ่าตัดแบบเปิด เหมาะกับใครบ้าง

การผ่าตัดแบบเปิดเหมาะกับผู้ป่วยหลายกลุ่ม เช่น

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าก้อนใหญ่ทุกก้อนจะต้องผ่าเปิดเสมอไป ปัจจุบันเทคโนโลยีการผ่าตัดพัฒนาไปมาก ก้อนขนาดค่อนข้างใหญ่หลายรายก็ยังสามารถผ่าตัดส่องกล้องทางช่องปากได้ หากอยู่ในข้อบ่งชี้ที่เหมาะสม และทำโดยศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์

ดังนั้น วิธีการผ่าตัดที่ดีที่สุดจึงขึ้นอยู่กับลักษณะของโรค มากกว่าการดูจากขนาดก้อนเพียงอย่างเดียว

ขั้นตอนการผ่าตัดเป็นอย่างไร

หลังดมยาสลบ ศัลยแพทย์จะเปิดแผลบริเวณด้านหน้าลำคอ โดยทั่วไปแผลจะอยู่เหนือกระดูกไหปลาร้าประมาณ 2 เซนติเมตร และมีความยาวประมาณ 4–8 เซนติเมตร ขึ้นอยู่กับขนาดของต่อมไทรอยด์ จากนั้นจึงแยกกล้ามเนื้อคอออกเพื่อเข้าสู่ต่อมไทรอยด์

ระหว่างการผ่าตัด ศัลยแพทย์จะต้องระมัดระวังโครงสร้างสำคัญ ได้แก่

เมื่อผ่าตัดเสร็จแล้วจึงเย็บปิดแผล บางรายอาจใส่สายระบายเลือด แต่ปัจจุบันหลายโรงพยาบาลไม่จำเป็นต้องใส่แล้ว หากไม่มีข้อบ่งชี้

ใช้เวลาผ่าตัดนานแค่ไหน

โดยทั่วไป

ระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับขนาดก้อน ความซับซ้อนของโรค พังผืด และประสบการณ์ของศัลยแพทย์

หลังผ่าตัดต้องนอนโรงพยาบาลกี่วัน

ส่วนใหญ่พักรักษาตัวประมาณ 1 คืน บางรายกลับบ้านได้ภายในวันเดียว ส่วนรายที่ซับซ้อนอาจพัก 2–3 วัน

หลังผ่าตัดเจ็บมากไหม

เป็นคำถามที่คนไข้ถามบ่อยมาก ความจริงคือ อาการปวดหลังผ่าตัดไทรอยด์มักไม่รุนแรงเท่าการผ่าตัดช่องท้อง ส่วนใหญ่จะรู้สึก

อาการมักดีขึ้นภายในไม่กี่วัน และสามารถควบคุมได้ด้วยยาแก้ปวดทั่วไป

แผลเป็นจะเห็นชัดไหม

นี่เป็นข้อกังวลอันดับต้น ๆ โดยเฉพาะผู้หญิง เพราะการผ่าตัดแบบเปิดจะมีแผลอยู่บริเวณด้านหน้าลำคอ แม้ศัลยแพทย์จะพยายามซ่อนแผลไว้ตามรอยพับของผิวหนัง แต่แผลก็ยังคงมองเห็นได้

ในบางคนแผลแทบไม่สังเกตเห็น แต่ในบางคน โดยเฉพาะผู้ที่มีแนวโน้มเกิดแผลนูน (Hypertrophic Scar หรือ Keloid) แผลอาจเห็นชัดกว่าปกติ

ปัจจุบันมีวิธีช่วยลดรอยแผล เช่น Silicone Gel, Silicone Sheet, Laser และการฉีดยาลดแผลนูน

และสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการมีแผลที่คอเลย ปัจจุบันมีทางเลือกคือการผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้องทางช่องปาก (TOETVA) ซึ่งซ่อนแผลทั้งหมดไว้ภายในริมฝีปากล่าง

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

แม้ว่าการผ่าตัดไทรอยด์จะถือว่าปลอดภัย แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่ควรทราบ

1. เสียงแหบ

เกิดจากการบาดเจ็บของเส้นประสาทที่ควบคุมสายเสียง ส่วนใหญ่หากเกิด จะเป็นเพียงชั่วคราว แต่ในส่วนน้อยอาจถาวรได้

2. แคลเซียมต่ำ

พบได้หลังการตัดไทรอยด์ทั้งหมด เนื่องจากต่อมพาราไทรอยด์ได้รับผลกระทบ อาการได้แก่ ชาปลายมือ ชาปลายเท้า ปากชา กล้ามเนื้อเกร็ง ส่วนใหญ่เป็นเพียงชั่วคราว

3. เลือดออก

พบไม่บ่อย แต่ถือเป็นภาวะฉุกเฉิน เพราะเลือดอาจกดหลอดลม ทำให้หายใจลำบาก

4. แผลติดเชื้อ

พบค่อนข้างน้อย เนื่องจากเป็นการผ่าตัดสะอาด (Clean Surgery)

หลังผ่าตัดต้องกินฮอร์โมนไทรอยด์หรือไม่

ขึ้นอยู่กับว่าตัดออกมากน้อยแค่ไหน

หากตัดออกทั้งหมด จำเป็นต้องรับประทานฮอร์โมนไทรอยด์ตลอดชีวิต แต่ถ้าตัดเพียงครึ่งหนึ่ง ประมาณ 70–80% ของผู้ป่วยยังสามารถสร้างฮอร์โมนได้เพียงพอ ส่วนที่เหลืออาจต้องรับประทานฮอร์โมนเสริม

เรื่องการใช้ชีวิต การกินยา และคำถามยอดฮิตอย่าง "กินยาแล้วจะอ้วนไหม" ผมเขียนไว้ละเอียดในบทความ ชีวิตหลังผ่าตัดไทรอยด์ ต้องกินยาตลอดชีวิตไหม จะอ้วนไหม

ผ่าตัดแบบเปิด กับ ผ่าตัดส่องกล้อง ต่างกันอย่างไร

หลายคนเข้าใจว่าการผ่าตัดส่องกล้องดีกว่าแบบเปิดในทุกกรณี จริง ๆ แล้วไม่ใช่ครับ การผ่าตัดแต่ละแบบมีข้อดีและข้อจำกัดของตัวเอง

แบบเปิดมีข้อดีคือ

ส่วนข้อเสียคือ

เปรียบเทียบการรักษาไทรอยด์ทั้ง 4 วิธี

หัวข้อผ่าตัดแบบเปิดTOETVA (ส่องกล้องทางช่องปาก)TORT (หุ่นยนต์)จี้ไทรอยด์ RFA/Microwave
แผลเป็นที่คอมีแผล 4–8 ซม.ไม่มี (แผลซ่อนในช่องปาก)ไม่มี (แผลซ่อนในช่องปาก)ไม่มี (เพียงรอยเข็มเล็ก)
การดมยาสลบดมยาสลบดมยาสลบดมยาสลบยาชาเฉพาะที่
การจัดการก้อนเอาออกทั้งหมดเอาออกทั้งหมดเอาออกทั้งหมดก้อนค่อย ๆ ยุบลง 50–90%
นอนโรงพยาบาลประมาณ 1–3 คืนประมาณ 1–2 คืนประมาณ 1–2 คืนส่วนใหญ่ไม่ต้องนอน
เหมาะกับก้อนใหญ่มาก คอพอกลงช่องอก มะเร็งลุกลามก้อนเล็ก–กลาง มะเร็งระยะแรก ไม่ต้องการแผลที่คอเหมือน TOETVA + ต้องการความละเอียดของหุ่นยนต์ก้อนไม่ร้ายที่ยืนยันผลเจาะแล้ว ไม่อยากผ่าตัด
อ่านรายละเอียดบทความนี้อ่านตอนที่ 2อ่านตอนที่ 3อ่านตอนที่ 4

* ข้อมูลโดยสรุปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น การเลือกวิธีรักษาขึ้นกับการประเมินของแพทย์เป็นรายบุคคล

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

การดูแลตัวเองหลังผ่าตัด

สรุป

การผ่าตัดไทรอยด์แบบเปิดยังคงเป็นวิธีมาตรฐานที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาโรคไทรอยด์หลายชนิด ทั้งก้อนเนื้อธรรมดา คอพอก และมะเร็งไทรอยด์ โดยเฉพาะในรายที่โรคมีความซับซ้อนหรือมีการลุกลาม

สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การเลือกว่าต้อง "ผ่าเปิด" หรือ "ผ่าส่องกล้อง" แต่คือการเลือกวิธีที่เหมาะสมกับโรคของแต่ละคน เพราะคนไข้แต่ละรายมีลักษณะของก้อน โรคประจำตัว และความคาดหวังที่แตกต่างกัน การพูดคุยกับศัลยแพทย์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ จะช่วยให้เลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุด

ยังไม่แน่ใจว่าตัวเองควรผ่าแบบไหน?

ส่งผลอัลตราซาวด์หรือผลเจาะชิ้นเนื้อมาให้หมออังกูรช่วยประเมินได้โดยตรงทาง LINE @drangkoon หรือมาถามสด ๆ ได้ในไลฟ์ของหมอทุกสัปดาห์ — หมอผ่าตัดทั้งแบบเปิด ส่องกล้อง หุ่นยนต์ และจี้ไทรอยด์ จึงแนะนำวิธีที่เหมาะกับคุณได้อย่างตรงไปตรงมา

ปรึกษาหมออังกูรเรื่องการผ่าตัดไทรอยด์

ส่งผลอัลตราซาวด์ ผลเจาะ หรือสอบถามเรื่องการผ่าตัดไทรอยด์ทุกวิธี ได้โดยตรง แอดมินตอบเร็ว · ผ่าตัดที่ รพ.พญาไท 2 และ รพ.บำรุงราษฎร์

ปรึกษาผ่าน LINE @drangkoon
นพ.อังกูร อนุวงศ์ ศัลยแพทย์ผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้องทางช่องปาก
นพ.อังกูร อนุวงศ์ (Dr. Angkoon Anuwong)
ศัลยแพทย์ผู้คิดค้นเทคนิคผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้องทางช่องปาก (TOETVA)

ผู้คิดค้นการผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้องทางช่องปากแบบไร้แผลที่คอ (TOETVA) ประสบการณ์ผ่าตัดไทรอยด์มากกว่า 6,800 ราย ตลอดกว่า 12 ปี ผลงานตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์นานาชาติ เทคนิคถูกนำไปใช้ใน 45 ประเทศทั่วโลก · เลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม ว.30603

คำถามที่พบบ่อย

ผ่าตัดไทรอยด์แบบเปิดอันตรายไหม

โดยรวมถือว่าเป็นการผ่าตัดที่ปลอดภัย หากทำโดยศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์และมีการดูแลตามมาตรฐาน ภาวะแทรกซ้อนสำคัญ เช่น เสียงแหบหรือแคลเซียมต่ำ ส่วนใหญ่เป็นเพียงชั่วคราว

ผ่าตัดไทรอยด์แล้วพูดได้ทันทีไหม

ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถพูดได้หลังฟื้นจากยาสลบ แม้อาจมีอาการเจ็บคอหรือเสียงแหบเล็กน้อยในช่วงแรก ซึ่งมักดีขึ้นเอง

ผ่าตัดไทรอยด์ พักฟื้นกี่วัน กลับไปทำงานได้เมื่อไร

ส่วนใหญ่นอนโรงพยาบาลประมาณ 1 คืน งานออฟฟิศมักกลับไปทำได้ภายใน 1–2 สัปดาห์ ส่วนงานที่ใช้แรงมากอาจต้องพักนานกว่านั้น

แผลเป็นผ่าตัดไทรอยด์จะหายไปไหม

แผลจะค่อย ๆ จางลงในช่วง 6–12 เดือน แต่โดยทั่วไปจะไม่หายไปทั้งหมด ความชัดของแผลแตกต่างกันในแต่ละคน ปัจจุบันมีวิธีช่วยลดรอยแผล เช่น Silicone Gel, Laser หรือการฉีดยาลดแผลนูน หากไม่ต้องการมีแผลที่คอเลย มีทางเลือกคือการผ่าตัดส่องกล้องทางช่องปาก (TOETVA)

ผ่าตัดไทรอยด์แล้วโรคจะกลับมาเป็นอีกไหม

ขึ้นอยู่กับชนิดของโรค หากเป็นก้อนธรรมดาและตัดออกหมด โอกาสกลับมาเป็นซ้ำค่อนข้างต่ำ ส่วนมะเร็งไทรอยด์จำเป็นต้องติดตามผลระยะยาว อ่านเพิ่มเติมในบทความการตรวจติดตามหลังผ่าตัดมะเร็งไทรอยด์

← ตอนก่อนหน้า
นี่คือตอนแรกของซีรีส์
สารบัญซีรีส์ · การรักษาไทรอยด์ The Series
รู้จักการรักษาไทรอยด์ครบทั้ง 4 วิธี โดยศัลยแพทย์ที่ทำเองทุกวิธี
  1. ผ่าตัดไทรอยด์แบบเปิด — วิธีมาตรฐานที่ใช้มานานกว่า 100 ปี
  2. ผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้องทางช่องปาก (TOETVA) — ไร้แผลที่คอ โดยผู้คิดค้นเทคนิค
  3. ผ่าตัดไทรอยด์ทางช่องปากด้วยหุ่นยนต์ (TORT) — คนแรกของประเทศไทย
  4. จี้ไทรอยด์ RFA / Microwave — รักษาก้อนไทรอยด์โดยไม่ต้องผ่าตัด
เพิ่งคลำเจอก้อนที่คอ? เริ่มอ่านจาก ก้อนที่คอ The Series ทั้ง 10 ตอน
ปรึกษา LINE