มีคำถามหนึ่งที่ผมได้ยินบ่อยมากในวันที่คนไข้มาฟังผลหลังผ่าตัด โดยเฉพาะวันที่ผมบอกว่า "ผลออกมาดีครับ" หลายคนยิ้มกว้าง บางคนถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่หลังจากนั้นผมมักพูดต่อว่า "อีก 6 เดือน มาตรวจติดตามกันนะครับ" แล้วสีหน้าคนไข้ก็เปลี่ยนทันที "อ้าว…ผ่าตัดเสร็จแล้วไม่ใช่เหรอ ผลก็ดีแล้ว ทำไมยังต้องมาตรวจอีก"
"รักษาหาย" ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องสนใจอีกเลย
คำว่าหายไม่ได้แปลว่าเราจะไม่ต้องสนใจอีก ลองนึกภาพง่าย ๆ เหมือนเราปลูกต้นไม้ วันแรกที่ปลูกเสร็จไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ต้องรดน้ำอีก การรักษาโรคมะเร็งไทรอยด์ก็คล้ายกัน การผ่าตัดเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการรักษา ส่วนการติดตามคือการทำให้เรามั่นใจว่าทุกอย่างยังเป็นไปตามที่ควรจะเป็น
กลับมาเป็นซ้ำ = ผ่าตัดครั้งแรกไม่ดี จริงหรือ?
ไม่จริงครับ นี่เป็นความเข้าใจผิดที่ผมอยากแก้มากที่สุด เพราะคำว่า "กลับมาเป็นซ้ำ" ทำให้หลายคนคิดว่าหมอผ่าไม่หมดหรือรักษาผิด แต่ในความเป็นจริง มะเร็งทุกชนิดบนโลกมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ แม้จะรักษาตามมาตรฐานทุกอย่างแล้วก็ตาม สิ่งสำคัญคือเรารู้เร็วหรือไม่ และสามารถรักษาได้ทันหรือเปล่า
สิ่งแรกในการติดตาม ไม่ใช่ CT Scan แต่คือการซักถามอาการ
หลายคนคิดว่าเมื่อผ่าตัดเรียบร้อย หน้าที่ของศัลยแพทย์ก็จบ สำหรับผมไม่ใช่ครับ หลังผ่าตัดผมเริ่มคิดทันทีว่า "เราจะติดตามคนไข้คนนี้อย่างไร" เขาเป็นมะเร็งชนิดไหน ความเสี่ยงต่ำหรือสูง ควรตรวจเมื่อไร ควรตรวจอะไร ควรตรวจบ่อยแค่ไหน
สิ่งแรกที่ผมดูในการติดตามไม่ใช่ CT Scan ไม่ใช่ PET Scan แต่คือการซักถามอาการ — คนไข้เป็นอย่างไร คลำเจอก้อนใหม่ไหม เสียงเปลี่ยนไหม กลืนลำบากหรือเปล่า น้ำหนักเปลี่ยนไหม การพูดคุยกับคนไข้ยังคงมีความสำคัญมาก
อัลตราซาวด์ เครื่องมือสำคัญในการติดตามหลังผ่าตัด
หลายคนคิดว่าเมื่อผ่าตัดไปแล้วคงไม่มีอะไรให้ดู จริง ๆ แล้วอัลตราซาวด์ยังเป็นเครื่องมือที่สำคัญมาก ผมจะดูบริเวณที่เคยผ่าตัด ดูว่ามีเนื้อเยื่อผิดปกติหรือไม่ มีต่อมน้ำเหลืองที่ดูน่าสงสัยหรือเปล่า มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากครั้งก่อนหรือไม่ หลายครั้งอัลตราซาวด์สามารถพบความผิดปกติตั้งแต่ยังไม่มีอาการเลย นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผมให้ความสำคัญกับการตรวจติดตามแม้คนไข้จะรู้สึกสบายดี
ค่า Tg (Thyroglobulin) คืออะไร
ลองนึกภาพว่า Thyroglobulin เป็นโปรตีนที่สร้างจากเซลล์ไทรอยด์ ทั้งเซลล์ปกติและเซลล์มะเร็งไทรอยด์ชนิดที่สร้างโปรตีนนี้ หลังจากผ่าตัดทั้งต่อมและในผู้ป่วยบางรายที่ได้รับการรักษาเพิ่มเติมตามข้อบ่งชี้ เราคาดหวังว่าค่า Tg ควรจะต่ำมาก หรือบางคนตรวจแทบไม่พบเลย ดังนั้นถ้าวันหนึ่งค่า Tg เริ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเมื่อดูแนวโน้มร่วมกับการตรวจอื่น ๆ เราจะเริ่มหาสาเหตุเพิ่มเติม ผมอยากย้ำคำว่า "แนวโน้ม" เพราะเราไม่ได้ตัดสินจากตัวเลขเพียงครั้งเดียว
Anti-Tg คืออะไร ทำไมต้องดูควบคู่กับ Tg
มีคนไข้เคยถามว่า "TG ผมต่ำมาก แปลว่าหายใช่ไหม" ผมตอบว่า "เดี๋ยวขอดู Anti-Tg ก่อน" บางคนมีภูมิคุ้มกันชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Anti-Thyroglobulin Antibody หรือ Anti-Tg เจ้าตัวนี้อาจไปรบกวนการตรวจค่า Tg ทำให้ตัวเลขที่เห็นต่ำกว่าความเป็นจริงหรือแปลผลได้ยากขึ้น เพราะฉะนั้นเวลาผมดูผลเลือด ผมแทบไม่เคยดู Tg เพียงค่าเดียว ผมจะดู Anti-Tg ไปพร้อมกันเสมอ
เวลาเห็นค่า Tg สูงขึ้น สิ่งแรกที่ผมถามคือ "สูงขึ้นจริงหรือ" เพราะบางครั้งตัวเลขต่างกันเพียงเล็กน้อยอาจเกิดจากความคลาดเคลื่อนของการตรวจ หรือห้องปฏิบัติการที่แตกต่างกัน ผมจึงให้ความสำคัญกับแนวโน้มมากกว่าตัวเลขเพียงครั้งเดียว และมักแนะนำให้ตรวจติดตามที่ห้องปฏิบัติการเดิมถ้าเป็นไปได้ เพื่อให้เปรียบเทียบผลได้แม่นยำมากขึ้น
การกลับมาเป็นซ้ำ ไม่ได้อันตรายทุกครั้ง
ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยพบเพียงต่อมน้ำเหลืองเล็ก ๆ จากการตรวจติดตาม ทั้งที่ไม่มีอาการอะไรเลย และสามารถรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น นี่คือเหตุผลว่าการมาตรวจตามนัดมีความสำคัญมาก ไม่ใช่เพราะหมออยากให้มาตรวจ แต่เพราะถ้ามีอะไรเกิดขึ้นจริง เราจะได้รู้ตั้งแต่ยังเล็กและรักษาได้ง่ายกว่า
ผมมีคนไข้คนหนึ่งหลังผ่าตัดผลทุกอย่างดีมาก ผ่านไปห้าปี อัลตราซาวด์ครั้งหนึ่งพบต่อมน้ำเหลืองเล็ก ๆ ขนาดเพียงไม่กี่มิลลิเมตร คนไข้ไม่มีอาการเลย ถ้าไม่มาตรวจคงไม่มีวันรู้ สุดท้ายเรารักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ทุกวันนี้เขายังใช้ชีวิตตามปกติ และชอบแซวผมว่า "โชคดีที่วันนั้นหมอไม่ยอมปล่อยผม"
ทำไมผ่าตัดมะเร็งไทรอยด์แล้วยังต้องตรวจติดตามหลายปี
การติดตามใช้การซักอาการ อัลตราซาวด์ และค่าเลือด Tg / Anti-Tg เพื่อจับความผิดปกติตั้งแต่ยังเล็ก มะเร็งไทรอยด์มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้เหมือนมะเร็งทุกชนิด แต่ถ้ารู้เร็วก็รักษาได้ง่าย ถ้าต้องการวางแผนการติดตามหลังผ่าตัดไทรอยด์ ปรึกษาหมออังกูรได้ทาง LINE @drangkoon