ถ้าถามผมว่าตลอดเวลากว่า 12 ปีที่ผมรักษาผู้ป่วยโรคไทรอยด์ ผมผ่าตัดไปกี่คน ผมคงตอบไม่ได้ทันที เพราะมันมีมากเกินกว่าจะจำเป็นตัวเลขได้ แต่ถ้าถามว่าผมจำคนไข้ได้ไหม คำตอบคือ จำได้ครับ อย่างน้อยผมจำเรื่องราวของหลายคนได้
คนเราไม่ได้ป่วยแค่โรคเดียวกัน แต่ป่วยด้วย "ความกลัว" ที่แตกต่างกัน
ผมจำผู้หญิงคนหนึ่งที่ร้องไห้ตั้งแต่เดินเข้าห้องตรวจ เพราะคิดว่าคำว่า "มะเร็ง" หมายถึงชีวิตกำลังจะจบ ผมจำคุณพ่อคนหนึ่งที่บอกว่า "ผมไม่กลัวตาย แต่ผมกลัวไม่ได้เห็นลูกเรียนจบ" ผมจำคุณครูคนหนึ่งที่ไม่ได้ถามเรื่องแผลหรือมะเร็ง แต่ถามว่า "หนูจะยังสอนได้เหมือนเดิมไหม" ผมจำนักร้องคนหนึ่งที่ก่อนเข้าห้องผ่าตัดขอร้องผมเพียงเรื่องเดียว "ช่วยรักษาเสียงผมไว้" ผมจำเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่บอกว่า "หนูไม่อยากมีแผลที่คอ"
ทุกคนเป็นโรคเดียวกัน แต่ไม่มีใครกังวลเรื่องเดียวกันเลย และนั่นคือสิ่งแรกที่คนไข้สอนผม — คนเราไม่ได้ป่วยแค่โรคเดียวกัน แต่ป่วยด้วยความกลัวที่แตกต่างกัน
สิ่งที่คนไข้ต้องการ ไม่ใช่แค่การรักษา แต่คือคนที่อธิบายจนเขาเลิกกลัว
ตอนผมยังเป็นแพทย์รุ่นใหม่ ผมคิดว่าหน้าที่ของผมคือวินิจฉัยให้ถูก ผ่าตัดให้ดี รักษาให้หาย แต่พอทำงานไปเรื่อย ๆ ผมพบว่าสิ่งที่คนไข้ต้องการไม่ใช่แค่การรักษา แต่คือคนที่อธิบายจนเขาเลิกกลัว หลายครั้งผมใช้เวลาอธิบายนานกว่าผ่าตัดเสียอีก แต่ผมไม่เคยรู้สึกว่าเสียเวลา เพราะเมื่อคนไข้เข้าใจ เขาจะร่วมตัดสินใจและรักษาไปกับเรา ไม่ใช่แค่รักษาโดยที่ไม่รู้ว่ากำลังทำอะไร
ผ่าตัดมาหลายพันเคสแล้ว ยังตื่นเต้นอยู่ไหม
คำตอบคือ ทุกครั้งครับ ไม่ใช่เพราะผมไม่มั่นใจ แต่เพราะทุกคนที่นอนอยู่บนเตียงผ่าตัดคือคนที่มีครอบครัว มีคนรออยู่ที่บ้าน มีลูก มีพ่อแม่ มีคนรัก ไม่มีเคสไหนที่เป็นแค่ "เคส" สำหรับผม ทุกคนคือคนคนหนึ่งที่ฝากความหวังไว้กับเรา และผมไม่เคยลืมเรื่องนี้
ก่อนลงมีดทุกครั้ง สิ่งที่ผมคิดบ่อยที่สุดคือ "วันนี้…เราจะทำให้คนไข้คนนี้กลับบ้านอย่างปลอดภัยได้อย่างไร" ไม่ใช่แค่ผ่าตัดสำเร็จ แต่ต้องพูดได้ กลืนได้ ยิ้มได้ ใช้ชีวิตได้เหมือนก่อนเป็นโรค ผมคิดแบบนี้ทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเคสแรกหรือเคสที่หลายพัน
เรื่องที่คนไข้สอนผมมากที่สุด — อย่าตัดสินใครจากผลตรวจเพียงใบเดียว
บางคนผลตรวจดูน่ากลัว แต่ใจเข้มแข็งมาก บางคนโรคไม่รุนแรง แต่ใช้เวลานานมากกว่าจะยอมรับมันได้ ทุกคนมีวิธีรับมือกับโรคไม่เหมือนกัน หน้าที่ของแพทย์จึงไม่ใช่แค่รักษาโรค แต่ต้องเข้าใจคนที่กำลังเป็นโรคด้วย
ถ้าผมฝากอะไรไว้ได้หนึ่งเรื่อง
ถ้าวันหนึ่งคุณคลำเจอก้อนที่คอ อย่าเพิ่งตกใจ อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นมะเร็ง และก็อย่าเพิกเฉย เพราะก้อนที่คออาจเป็นได้หลายอย่าง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือให้มันได้รับการประเมินอย่างถูกต้อง หลายครั้งสิ่งที่ทำให้คนไข้ทุกข์ไม่ใช่โรค แต่คือข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ความกลัว และการจินตนาการไปไกล
ในฐานะศัลยแพทย์ สิ่งที่ผมอยากรักษาไม่ใช่แค่ก้อนที่อยู่ในคอ แต่ผมอยากรักษา "ความกังวล" ที่อยู่ในใจของคนไข้ด้วย ผมหวังว่าบทความทั้ง 10 ตอนนี้จะไม่ได้ทำให้คุณเก่งเรื่องไทรอยด์ แต่จะทำให้คุณ "เข้าใจ" โรคนี้มากขึ้น และเมื่อเข้าใจ ความกลัวก็มักจะลดลง
คลำเจอก้อนที่คอ ควรเริ่มต้นอย่างไร
อย่าตกใจ อย่าเพิกเฉย ให้ก้อนได้รับการประเมินอย่างถูกต้องด้วยการตรวจร่างกายและอัลตราซาวด์โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หากกังวลเรื่องก้อนที่คอหรือก้อนไทรอยด์ ต้องการความเห็นที่สอง หรือสนใจการผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้องทางช่องปาก (TOETVA) ที่ไม่มีแผลเป็นที่คอ ปรึกษาหมออังกูรได้โดยตรงทาง LINE @drangkoon หรือมาถามสด ๆ ได้ในไลฟ์ของหมอทุกสัปดาห์
— จบซีรีส์ "ก้อนที่คอ The Series" ทั้ง 10 ตอน ขอบคุณที่อ่านมาจนจบครับ 🙏