วันนั้นคนไข้ผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้าห้องตรวจพร้อมสามี ในมือกำผลเจาะเซลล์แน่นมาก ยังไม่ทันนั่งเธอก็ถามทันที "หมอคะ…หนูเป็นมะเร็งแล้วใช่ไหม" ผมพยักหน้าเบา ๆ แล้วตอบว่า "ใช่ครับ" ทันทีที่ได้ยิน น้ำตาเธอไหล ผมปล่อยให้เธอตั้งสติ แล้วพูดต่อว่า "แต่หมอมีข่าวดีมากกว่าข่าวร้าย"
มะเร็งไทรอยด์ เป็นมะเร็งที่พยากรณ์โรคดีมาก
คำว่า "มะเร็ง" ทำให้หลายคนคิดถึงภาพเดียวกัน — เคมีบำบัด ผมร่วง เจ็บปวด อายุสั้น แต่สำหรับมะเร็งไทรอยด์ โดยเฉพาะชนิด Papillary Thyroid Carcinoma ซึ่งเป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด เรื่องราวกลับแตกต่างออกไปมาก ผู้ป่วยจำนวนมากรักษาหายและมีอายุยืนยาวเหมือนคนทั่วไป
เป็นมะเร็งไทรอยด์แล้ว ต้องรีบผ่าตัดภายในไม่กี่วันจริงหรือ?
หลายคนเข้าใจว่าเมื่อรู้ว่าเป็นมะเร็ง ต้องรีบเข้าห้องผ่าตัดภายในไม่กี่วัน ความจริงแล้วไม่ใช่เสมอไปครับ ในอดีตเมื่อวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งไทรอยด์ คำตอบแทบจะมีเพียงคำเดียวคือ "ผ่าตัด" แต่ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา ความรู้ทางการแพทย์เปลี่ยนไปมาก เราพบว่ามะเร็งไทรอยด์ไม่ได้มีพฤติกรรมเหมือนกันทุกก้อน บางก้อนโตช้ามากจนแทบไม่เปลี่ยนแปลงเป็นเวลาหลายปี บางก้อนกลับมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวกว่า
สิ่งที่แพทย์พยายามทำในปัจจุบันไม่ใช่รักษาทุกคนเหมือนกัน แต่คือเลือกการรักษาให้เหมาะกับมะเร็งของแต่ละคน คนไข้สองคนอายุเท่ากัน ก้อนขนาดเท่ากัน ผลเจาะเหมือนกัน สุดท้ายแผนการรักษาอาจแตกต่างกันได้
Active Surveillance — การติดตามอย่างใกล้ชิดแทนการผ่าตัดทันที
ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งญี่ปุ่น มีการรักษาผู้ป่วยมะเร็งไทรอยด์บางกลุ่มโดยยังไม่ผ่าตัดทันที หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้อาจตกใจ แต่ผมอยากให้ฟังจนจบ ไม่ได้หมายความว่ามะเร็งไม่ต้องรักษา แต่หมายถึงผู้ป่วยบางรายที่เข้าเกณฑ์ — โดยเฉพาะมะเร็งไทรอยด์ชนิด Papillary ขนาดเล็กมากน้อยกว่า 1 ซม. ไม่มีการลุกลาม ไม่มีต่อมน้ำเหลือง และไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่เสี่ยงต่อการลุกลามไปยังอวัยวะสำคัญ — อาจเลือกวิธีที่เรียกว่า Active Surveillance หรือการติดตามอย่างใกล้ชิดแทนการผ่าตัดทันที
มีงานวิจัยติดตามผู้ป่วยจากญี่ปุ่นเป็นเวลาหลายปี พบว่าผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์อย่างเหมาะสมส่วนใหญ่ ก้อนแทบไม่โต ไม่กระจาย และยังสามารถผ่าตัดได้ผลดีหากวันหนึ่งก้อนเริ่มเปลี่ยนแปลง สิ่งสำคัญที่สุดคือคำว่า "เข้าเกณฑ์" ไม่ใช่ทุกคน ไม่ใช่ทุกก้อน เพราะการเฝ้าติดตามไม่ใช่การปล่อยปละละเลย แต่เป็นการติดตามด้วยอัลตราซาวด์อย่างสม่ำเสมอโดยทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์
ก่อนแนะนำ Active Surveillance หมอถามอะไรคนไข้
เวลาคนไข้ถามว่า "ผมไม่อยากผ่าได้ไหม" ผมไม่ได้ตอบทันที ผมกลับถามต่อว่า "คุณพร้อมจะมาตรวจติดตามทุกปีไหม" "ถ้าวันหนึ่งก้อนโตขึ้น คุณพร้อมจะผ่าตัดไหม" "คุณจะกังวลกับการรู้ว่ามีมะเร็งอยู่ในตัวหรือเปล่า" เพราะการรักษาไม่ได้มีแค่เรื่องของโรค แต่ยังมีเรื่องของตัวคนไข้ วิถีชีวิต ความพร้อม และความสบายใจ
บางคนรู้ว่ามีมะเร็งอยู่แม้จะเล็กมากก็นอนไม่หลับ สำหรับคนไข้แบบนี้ การผ่าตัดอาจเป็นทางเลือกที่ทำให้คุณภาพชีวิตดีกว่า แต่บางคนเข้าใจโรคดี พร้อมมาติดตามตามนัด ไม่กังวล Active Surveillance ก็อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม
รักษาให้พอดีที่สุด ไม่ใช่รักษาให้มากที่สุด
เมื่อก่อนวงการแพทย์มีแนวคิดว่า "รักษาให้มากที่สุด" แต่ปัจจุบันเราพยายามเปลี่ยนเป็น "รักษาให้พอดีที่สุด" ไม่รักษาน้อยเกินไปจนโรคลุกลาม และไม่รักษามากเกินไปจนคนไข้ได้รับผลกระทบโดยไม่จำเป็น
ผมมีคนไข้หลายคนที่เดินเข้ามาบอกว่า "หมอครับ ผมอยากเอาออกให้หมด" ผมเข้าใจครับ แต่หน้าที่ของแพทย์ไม่ใช่ทำตามความกลัวของคนไข้ หน้าที่ของแพทย์คืออธิบายข้อดี ข้อเสีย และช่วยเลือกสิ่งที่เหมาะสมที่สุด บางครั้งคำตอบคือผ่าตัด แต่บางครั้งคำตอบก็คือ "วันนี้เรายังไม่จำเป็นต้องผ่าครับ" การบอกคนไข้ว่า "ยังไม่ต้องผ่า" ในวันที่ยังไม่มีข้อบ่งชี้ ต้องอาศัยความรับผิดชอบไม่แพ้การบอกว่า "ควรผ่าตัด"
ถ้าได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งไทรอยด์ ควรถามแพทย์อะไรบ้าง
ควรถามว่าเป็นมะเร็งชนิดไหน ขนาดเท่าไร มีการลุกลามหรือต่อมน้ำเหลืองหรือไม่ ทางเลือกในการรักษามีอะไรบ้าง และเพราะเหตุใดหมอจึงแนะนำวิธีนี้ เพราะการรักษาที่ดีที่สุดไม่ใช่การรักษาที่เร็วที่สุด แต่คือการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคนไข้แต่ละคน ปรึกษาแนวทางรักษามะเร็งไทรอยด์กับหมออังกูรได้ทาง LINE @drangkoon