ในตอนแรก ผมเล่าให้ฟังว่าการใช้มือคลำเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการตรวจเท่านั้น หลายครั้งก้อนที่คลำดูน่ากลัวกลับไม่ใช่มะเร็ง แต่ก้อนบางก้อนที่คลำแทบไม่เจอ กลับเป็นมะเร็งระยะเริ่มต้นก็มี แล้วอะไรที่ช่วยให้เราประเมินได้แม่นยำขึ้น? คำตอบก็คือ…อัลตราซาวด์
การอัลตราซาวด์ (Ultrasound) คือการตรวจวินิจฉัยโรคโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูงสะท้อนในร่างกายกลับมาสร้างเป็นภาพอวัยวะภายในแบบเรียลไทม์ ปลอดภัย ไม่เจ็บตัว และไม่ต้องใช้รังสี สำหรับศัลยแพทย์ที่รักษาโรคไทรอยด์ อัลตราซาวด์เปรียบเสมือนการเปิดหน้าต่างให้เราเห็น "บุคลิก" ของก้อนนั้น และหลายครั้ง…ก้อนจะเล่าเรื่องของตัวเองให้เราฟัง
คนไข้ส่วนใหญ่จะมองหน้าจอแล้วเห็นเพียงภาพสีดำ ๆ สีเทา ๆ แต่สิ่งที่ผมกำลังมองไม่ใช่ภาพทั้งภาพ ผมกำลังไล่ดูรายละเอียดทีละอย่าง เหมือนนักสืบที่กำลังหาหลักฐาน ไม่มีลักษณะไหนที่ยืนยันมะเร็งได้เพียงข้อเดียว แต่เมื่อหลาย ๆ อย่างมารวมกัน ภาพก็จะเริ่มชัดขึ้น
สิ่งแรกที่ดู — ก้อนน้ำ หรือก้อนเนื้อ?
ถ้าก้อนเป็นถุงน้ำใส ๆ ภายในดำสนิท ไม่มีส่วนที่เป็นเนื้อเลย ส่วนใหญ่เรามักสบายใจมากกว่า เพราะก้อนชนิดนี้มักเป็นก้อนที่ไม่ใช่มะเร็ง แต่ถ้าก้อนเป็นเนื้อทั้งก้อน เราจะเริ่มดูรายละเอียดต่อทันที
ก้อนสีเข้ม (Hypoechoic) สัญญาณที่ทำให้หมอระวัง
ก้อนมะเร็งไทรอยด์จำนวนไม่น้อยจะมีลักษณะเป็นสีเข้มกว่าต่อมไทรอยด์ปกติ เราเรียกว่า Hypoechoic nodule แน่นอนครับ ก้อนสีเข้มไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งทุกก้อน แต่เมื่อเห็นลักษณะนี้ ผมจะเริ่มระวังมากขึ้น
ขอบของก้อน — มะเร็งมักไม่เคารพขอบเขต
ถ้าขอบเรียบ ค่อนข้างกลม มีเส้นแบ่งชัดเจน ส่วนใหญ่เราจะรู้สึกสบายใจขึ้น แต่ถ้าขอบหยัก ขอบไม่สม่ำเสมอ หรือดูเหมือนก้อนกำลังแทรกเข้าไปในเนื้อไทรอยด์รอบ ๆ ลักษณะแบบนี้จะทำให้ผมคิดถึงมะเร็งมากขึ้น เพราะมะเร็งมักไม่ค่อยเคารพ "ขอบเขต" มันมีแนวโน้มจะค่อย ๆ แทรกตัวเข้าไปในเนื้อเยื่อข้างเคียง
Microcalcifications — จุดหินปูนขาวเล็ก ๆ เหมือนเม็ดทราย
มีลักษณะหนึ่งที่ผมมองหาเป็นพิเศษ เรียกว่า Microcalcifications พูดง่าย ๆ คือ "จุดสีขาวเล็ก ๆ เหมือนเม็ดทราย หรือหินปูนมาเกาะ" เวลาผมเห็นจุดแบบนี้อยู่ในก้อน ผมจะระวังมากขึ้นทันที เพราะงานวิจัยจำนวนมากพบว่าลักษณะแคลเซียมหินปูนนี้พบร่วมกับมะเร็งไทรอยด์ชนิด Papillary ได้ค่อนข้างบ่อย
แต่ผมอยากย้ำอีกครั้งว่า เห็นจุดหินปูนขาวไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็ง และมะเร็งทุกก้อนก็ไม่ได้มีหินปูน แพทย์ไม่มีวันตัดสินจากสิ่งเดียว
รูปร่างก้อน "สูงกว่ากว้าง" (Taller-than-wide)
หลายคนคิดว่าก้อนกลม ๆ น่าจะอันตรายกว่า แต่ในอัลตราซาวด์ สิ่งที่เราระวังคือก้อนที่ "สูงกว่ากว้าง" ลองนึกภาพว่าก้อนธรรมดาส่วนใหญ่มักโตไปตามแนวของเนื้อเยื่อ เหมือนวางลูกบอลลงบนโต๊ะ มันจะขยายออกด้านข้าง แต่มะเร็งบางชนิดกลับโตสวนแนวของเนื้อเยื่อ เหมือนกำลังพยายามเจาะทะลุขึ้นมา เราจึงเรียกลักษณะนี้ว่า Taller-than-wide เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ทำให้แพทย์ระวังมากขึ้น
ต่อมน้ำเหลืองที่คอ — สิ่งที่หมอใช้เวลาตรวจไม่แพ้ตัวก้อน
หลายคนสนใจก้อนในไทรอยด์ แต่ผมมักจะใช้เวลาตรวจต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอไม่น้อยไปกว่าตัวก้อน เพราะถ้ามีต่อมน้ำเหลืองที่มีลักษณะผิดปกติร่วมด้วย ข้อมูลทั้งหมดจะเปลี่ยนไปทันที เราจะดูว่าต่อมน้ำเหลืองยังมีรูปร่างปกติหรือไม่ มีไขมันตรงกลางอยู่หรือเปล่า มีหินปูนเล็ก ๆ หรือไม่ มีถุงน้ำอยู่ภายในหรือเปล่า มีเลือดมาเลี้ยงผิดปกติหรือไม่ ทุกอย่างล้วนมีความหมาย
บางครั้งคนไข้มาด้วยก้อนเพียงก้อนเดียว แต่เราอาจพบก้อนอื่นอีกหลายก้อนที่เจ้าตัวไม่เคยรู้ หรือบางครั้งก้อนที่คนไข้คลำได้กลับไม่ใช่ก้อนไทรอยด์เลย แต่เป็นต่อมน้ำเหลืองหรือก้อนไขมัน นี่คือเหตุผลที่การคลำด้วยตัวเองมีประโยชน์ แต่ไม่สามารถใช้แทนการตรวจอัลตราซาวด์ได้
เห็นภาพที่น่าสงสัย — หมอรีบบอกว่า "ต้องผ่าตัด" ไหม?
ไม่ใช่ครับ สิ่งแรกที่ผมคิดคือ "ข้อมูลพอหรือยัง" ถ้ายังไม่พอ ผมจะหาข้อมูลเพิ่ม เพราะการผ่าตัดเป็นเรื่องใหญ่ เราควรมั่นใจว่ากำลังรักษาคนไข้ที่จำเป็นต้องรักษาจริง ๆ ในหลายกรณี ขั้นตอนต่อไปจึงเป็นการเจาะเซลล์ด้วยเข็มขนาดเล็ก (FNA) ซึ่งไม่ได้ทำเพราะก้อนทุกก้อนต้องเจาะ แต่ทำเมื่อข้อมูลจากอัลตราซาวด์บอกเราว่า "ก้อนนี้ควรได้รับคำตอบที่ชัดเจน"
อัลตราซาวด์ไทรอยด์บอกอะไรได้บ้าง
อัลตราซาวด์ประเมินได้ว่าก้อนเป็นน้ำหรือเนื้อ สีเข้มหรือไม่ ขอบเรียบหรือหยัก มีหินปูนเล็ก ๆ หรือไม่ รูปร่างสูงกว่ากว้างหรือเปล่า และมีต่อมน้ำเหลืองผิดปกติร่วมด้วยหรือไม่ ทั้งหมดนี้ทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หากต้องการให้หมออังกูรช่วยดูผลอัลตราซาวด์ไทรอยด์ของคุณ ส่งภาพมาปรึกษาได้ทาง LINE @drangkoon