หลังจากเจาะเซลล์เสร็จ สิ่งที่ยากที่สุดไม่ใช่ตอนเจาะ แต่คือการรอฟังผล บ่อยครั้งคนไข้ถือกระดาษผลตรวจเข้ามา สีหน้าดูกังวลมาก แล้วพูดว่า "หมอครับ…ผมอ่านไม่รู้เรื่อง" ผมรับกระดาษมา เหลือบมองเพียงไม่กี่วินาที แล้วพูดว่า "ไม่ต้องกังวลนะครับ เดี๋ยวหมออธิบาย"
เพราะความจริงแล้ว ผลเจาะไทรอยด์ไม่ได้เขียนว่า "เป็นมะเร็ง" หรือ "ไม่เป็นมะเร็ง" เสมอไป หลายครั้งผลตรวจจะเต็มไปด้วยคำศัพท์ภาษาอังกฤษ — Benign, AUS, FLUS, Follicular neoplasm, Suspicious, Malignant — อ่านแล้วแทบไม่มีใครเข้าใจ วันนี้ผมจะพาแปลผลเหล่านี้ให้ฟัง
ทำไมผลเจาะตอบทุกคำถามไม่ได้ 100%
เวลาพยาธิแพทย์ดูเซลล์จากการเจาะ เขาไม่ได้มองเห็นทั้งก้อน เขาเห็นเพียง "เซลล์" ที่ถูกดูดออกมา เหมือนเราตักน้ำจากสระขึ้นมาหนึ่งแก้ว เราพอเดาได้ว่าน้ำในสระเป็นอย่างไร แต่เราไม่ได้เห็นทั้งสระ นี่คือเหตุผลที่ผลเจาะไม่สามารถตอบทุกคำถามได้ 100%
Bethesda System — ภาษากลางที่แพทย์ทั่วโลกใช้
สิ่งแรกที่ผมดูไม่ใช่คำศัพท์ยาว ๆ แต่ผมดูว่าผลนี้อยู่ในกลุ่มไหน เพราะทั่วโลกใช้ระบบเดียวกันเรียกว่า Bethesda System หลายคนได้ยินแล้วตกใจ คิดว่าเป็นชื่อโรค จริง ๆ แล้ว Bethesda เป็นเพียงระบบจัดกลุ่มผลตรวจ เพื่อให้แพทย์ทั่วโลกคุยภาษาเดียวกัน
Benign — ก้อนธรรมดา ผลที่เราอยากเห็นที่สุด
ถ้าผลขึ้นคำว่า Benign คนไข้มักยิ้มทันที เพราะแปลว่าก้อนธรรมดา แต่หลายคนถามต่อว่า "งั้นจบเลยไหมครับ" คำตอบคือยังต้องติดตามครับ เพราะแม้ผลจะเป็น Benign แต่ถ้าก้อนโตเร็วผิดปกติหรืออัลตราซาวด์เปลี่ยนไป เราก็อาจต้องประเมินใหม่ โชคดีที่ผล Benign ส่วนใหญ่เป็นข่าวดีจริง ๆ
Malignant — พบเซลล์มะเร็ง แต่ไม่ใช่คำพิพากษาชีวิต
คำนี้แปลตรงตัวว่าพบเซลล์มะเร็ง เมื่อผลออกมาชัดเจนแบบนี้ หน้าที่ของผมจะเปลี่ยนจากการวินิจฉัยเข้าสู่การวางแผนรักษา แต่ผมอยากบอกสิ่งหนึ่งที่หลายคนไม่เคยรู้ คำว่า "มะเร็งไทรอยด์" ไม่ใช่คำพิพากษาชีวิต โดยเฉพาะ Papillary Thyroid Cancer ซึ่งเป็นชนิดที่พบมากที่สุด ผู้ป่วยจำนวนมากรักษาหาย ใช้ชีวิตได้ตามปกติ และมีอายุยืนยาวเหมือนคนทั่วไป หลายครั้งสิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่โรค แต่คือความไม่รู้
AUS / FLUS — ผลที่ทำให้คนไข้สับสนที่สุด
ถ้าใครเคยได้ผลแบบนี้ แทบทุกคนจะถามเหมือนกันว่า "ตกลงเป็นหรือไม่เป็น" คำตอบคือยังตอบไม่ได้ครับ ไม่ใช่เพราะแพทย์ไม่เก่ง ไม่ใช่เพราะห้องแล็บผิดพลาด แต่เพราะเซลล์ที่เห็นมีบางอย่างผิดปกติ แต่ยังไม่มากพอที่จะเรียกว่ามะเร็ง เหมือนมีคนเดินผ่านหน้าบ้าน ไกลเกินไปที่จะบอกว่าเป็นใคร แต่ก็ไม่ใช่คนที่เราคุ้นเคย เราจึงต้องหาข้อมูลเพิ่ม นี่คือเหตุผลที่บางคนต้องเจาะซ้ำ ไม่ใช่เพราะเจาะครั้งแรกพลาด แต่เพราะธรรมชาติของเซลล์เป็นแบบนั้น
Follicular Neoplasm — เห็นคำว่า Neoplasm ไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็ง
หลายคนเห็นคำว่า Neoplasm ก็คิดว่าเป็นมะเร็งแล้ว จริง ๆ แล้วยังไม่ใช่ครับ ก้อนชนิดนี้ปัญหาไม่ได้อยู่ที่หน้าตาของเซลล์ แต่อยู่ที่ว่าเซลล์ลุกลามผ่านผนังของก้อนหรือไม่ ซึ่งการเจาะเซลล์ตอบคำถามนี้ไม่ได้ หลายครั้งเราจึงต้องอาศัยการผ่าตัดเพื่อนำก้อนทั้งก้อนมาตรวจ นี่คือเหตุผลที่บางคนสงสัยว่า "ทำไมเจาะแล้วยังต้องผ่าตัดอีก" เพราะการเจาะมีข้อจำกัดของมัน
ผล Benign แล้ว ยังต้องมาตรวจอีกไหม
คนไข้จำนวนไม่น้อยได้ผล Benign แล้วถามว่า "งั้นไม่ต้องมาตรวจอีกแล้วใช่ไหม" ผมตอบว่า "หมออยากเจออีกครับ" หลายคนหัวเราะ แต่สิ่งที่ผมหมายถึงคือ แม้ก้อนจะเป็นก้อนธรรมดา เราก็ควรติดตาม เพราะก้อนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ใช่เพื่อจับผิด แต่เพื่อความมั่นใจ
มีคนไข้คนหนึ่งถือผลเจาะเข้ามาถามว่า "ผลออกมา Bethesda III แปลว่าหนูเป็นมะเร็งใช่ไหม" ผมตอบว่า "ไม่ใช่ครับ" แล้วหยิบกระดาษขึ้นมาวาดวงกลมเล็ก ๆ อธิบายให้ฟังทีละขั้น ประมาณสิบห้านาทีผ่านไป เธอยิ้มแล้วพูดว่า "วันนี้หนูเข้าใจมากกว่าที่อ่านใน Google มาทั้งอาทิตย์" ประโยคนั้นทำให้ผมรู้ว่า บางครั้งสิ่งที่คนไข้ต้องการไม่ใช่ศัพท์แพทย์ แต่คือคนที่แปลศัพท์แพทย์ให้ฟัง
Bethesda III / IV / V แปลว่าอะไร ต้องผ่าตัดไหม
ผลเจาะไทรอยด์เป็นเพียงชิ้นส่วนหนึ่งของการวินิจฉัย แพทย์ใช้ประวัติ การตรวจร่างกาย อัลตราซาวด์ ผลเจาะ และปัจจัยของคนไข้แต่ละคนมาประกอบกันทั้งหมด อย่าแปลผลเจาะด้วยตัวเอง หากได้ผล Bethesda และต้องการความเห็นที่สอง ส่งผลตรวจให้หมออังกูรช่วยดูได้ทาง LINE @drangkoon