มะเร็งไทรอยด์ & TOETVA

การติดตามหลังผ่าตัดมะเร็งไทรอยด์ด้วย TOETVA: Tg, Anti-Tg และการกลืนแร่

เขียนโดย นพ.อังกูร อนุวงศ์ ศัลยแพทย์ผู้คิดค้น TOETVA · ผ่าตัดไทรอยด์ 6,800+ ราย อ่าน ~8 นาที
ตารางและผลเลือด Thyroglobulin อัลตราซาวด์ สำหรับติดตามผู้ป่วยมะเร็งไทรอยด์หลังผ่าตัด TOETVA
⚡ สรุปใน 30 วินาที

หลังผ่าตัดมะเร็งไทรอยด์ ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดแบบเปิดหรือการผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้องทางช่องปาก (TOETVA) คำถามที่คนไข้มักถามผมคือ "หมอครับ ผ่าตัดเสร็จแล้ว ถือว่าหายเลยหรือยัง?" บางคนคิดว่าเมื่อก้อนมะเร็งถูกผ่าตัดออกแล้วทุกอย่างก็จบ แต่ในความเป็นจริง การติดตามหลังผ่าตัดมีความสำคัญไม่แพ้การผ่าตัดเอง

เป้าหมายของการรักษามะเร็งไทรอยด์ไม่ใช่เพียงการผ่าตัดให้สำเร็จ แต่คือการติดตามว่ามีโรคหลงเหลือหรือไม่ โรคกลับมาเป็นซ้ำหรือไม่ จำเป็นต้องรักษาเพิ่มเติมหรือไม่ และการรักษาที่ผ่านมาได้ผลดีเพียงใด บทความนี้ผมจะอธิบายการติดตามผู้ป่วยมะเร็งไทรอยด์หลังผ่าตัด TOETVA ตามแนวทางการดูแลในปัจจุบัน

TOETVA เปลี่ยนวิธีการติดตามหรือไม่?

คำตอบคือ ไม่เปลี่ยน หลายคนเข้าใจผิดว่าการผ่าตัดผ่านทางช่องปากต้องติดตามแตกต่างจากการผ่าตัดแบบเปิด ความจริงคือ วิธีการติดตามขึ้นอยู่กับ "ชนิดของมะเร็งและระดับความเสี่ยง" ไม่ใช่ตำแหน่งของแผลผ่าตัด ดังนั้นไม่ว่าจะผ่าด้วย TOETVA หรือ ผ่าตัดแบบเปิด แนวทางการติดตามโรคจะเหมือนกัน สอดคล้องกับ ผลการรักษาระยะยาวของ TOETVA ที่ใกล้เคียงกัน

เป้าหมายของการติดตามหลังผ่าตัด

การติดตามมีจุดประสงค์หลัก 4 ประการ

  1. ประเมินว่ามีมะเร็งหลงเหลือหรือไม่
  2. ตรวจหาการกลับเป็นซ้ำของโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
  3. ประเมินผลของการรักษา
  4. วางแผนการดูแลระยะยาว

การตรวจอัลตราซาวด์ลำคอ (Neck Ultrasound)

อัลตราซาวด์เป็นการตรวจที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งหลังผ่าตัด แพทย์จะประเมิน

ข้อดีของอัลตราซาวด์คือ สามารถตรวจพบความผิดปกติขนาดเล็กได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นโดยไม่ต้องได้รับรังสี

Thyroglobulin (Tg) คืออะไร?

นี่คือค่าที่คนไข้ถามผมบ่อยที่สุด Thyroglobulin (Tg) เป็นโปรตีนที่สร้างจากเซลล์ไทรอยด์ หลังจากผ่าตัดไทรอยด์ออกทั้งหมดและหากมีการรักษาครบถ้วนตามข้อบ่งชี้ ระดับ Tg มักลดลงอย่างมาก ดังนั้นหากภายหลังระดับ Tg สูงขึ้น แพทย์อาจพิจารณาหาสาเหตุเพิ่มเติม เช่น

อย่างไรก็ตาม การแปลผล Tg ต้องดูร่วมกับข้อมูลอื่นเสมอ ไม่ควรสรุปจากตัวเลขเพียงค่าเดียว

Anti-Thyroglobulin (Anti-Tg) คืออะไร?

ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยมีค่า Anti-Thyroglobulin Antibody (Anti-Tg) ซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้นมาต่อต้าน Thyroglobulin หาก Anti-Tg สูง ผล Tg อาจไม่สะท้อนความเป็นจริง ดังนั้นแพทย์จึงมักดู Tg และ Anti-Tg ควบคู่กันทุกครั้ง ในผู้ป่วยบางราย แม้ Tg จะต่ำมาก แต่หาก Anti-Tg เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ก็อาจต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ต้องตรวจบ่อยแค่ไหน? (Timeline การติดตาม)

ความถี่ในการตรวจขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยงของโรค ผลพยาธิวิทยา ผลการผ่าตัด ผลเลือด ผลอัลตราซาวด์ และการตอบสนองต่อการรักษา ในช่วงแรกหลังผ่าตัดแพทย์มักนัดถี่กว่าระยะยาว เมื่อผลการติดตามคงที่ ระยะห่างของการนัดอาจเพิ่มขึ้น ตารางด้านล่างเป็นเพียง ตัวอย่าง ตารางจริงขึ้นอยู่กับผู้ป่วยแต่ละราย

ระยะเวลาหลังผ่าตัดสิ่งที่มักตรวจจุดประสงค์
~6 สัปดาห์ตรวจร่างกาย, ปรับยาไทรอยด์ฮอร์โมน/TSH, ดูแผลและการฟื้นตัวประเมินการฟื้นตัวเบื้องต้นและปรับระดับฮอร์โมน
~6 เดือนอัลตราซาวด์ลำคอ, Tg และ Anti-Tgประเมินการตอบสนองต่อการรักษาครั้งแรก
~12 เดือนอัลตราซาวด์ลำคอ, Tg และ Anti-Tg, ทบทวนความเสี่ยงประเมิน Dynamic Risk Stratification ว่าโรคสงบดีหรือไม่
ทุกปีหลังจากนั้นตรวจร่างกาย, Tg/Anti-Tg, อัลตราซาวด์ตามข้อบ่งชี้เฝ้าระวังการกลับเป็นซ้ำระยะยาว โดยอาจถี่/ห่างตามความเสี่ยง

ตารางนี้เป็นเพียงตัวอย่างเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่ตารางนัดจริงของผู้ป่วยทุกราย แพทย์จะปรับความถี่ตามระดับความเสี่ยงและการตอบสนองต่อการรักษาของแต่ละคน

Dynamic Risk Stratification คืออะไร?

หลังการรักษา แพทย์จะประเมินการตอบสนองของโรคเป็นระยะ ๆ แล้วจัดกลุ่มเพื่อวางแผนการติดตาม โดยอธิบายด้วยภาษาที่คนทั่วไปเข้าใจได้ดังนี้

อ่านผลเลือดหรือใบอัลตราซาวด์ติดตามไม่เข้าใจ?

ส่งผล Tg, Anti-Tg และใบอัลตราซาวด์มาให้ผมช่วยอ่านและอธิบายภาพรวมให้เข้าใจง่าย ๆ ปรึกษาผ่าน LINE @drangkoon

การกลืนแร่ (Radioactive Iodine Therapy) จำเป็นทุกคนหรือไม่?

คำตอบคือ ไม่จำเป็นทุกคน ในอดีตผู้ป่วยจำนวนมากได้รับการกลืนแร่หลังผ่าตัด แต่แนวทางปัจจุบันใช้หลักการประเมินตามระดับความเสี่ยงของโรค (Risk Stratification) ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่ำจำนวนมากอาจไม่จำเป็นต้องกลืนแร่ ในขณะที่ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงปานกลางหรือสูงบางรายอาจได้รับคำแนะนำให้รักษาเพิ่มเติม การตัดสินใจขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

การตรวจเลือดเพียงอย่างเดียวเพียงพอหรือไม่?

ไม่ครับ แม้ Tg จะเป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญ แต่การติดตามที่ดีต้องดูร่วมกันหลายอย่าง ได้แก่ ประวัติอาการของผู้ป่วย การตรวจร่างกาย อัลตราซาวด์ Tg Anti-Tg และผลตรวจเพิ่มเติมหากมีข้อบ่งชี้ การประเมินภาพรวมมีความแม่นยำมากกว่าการดูค่าตัวเลขเพียงค่าเดียว

ตัวอย่างการแปลผลที่พบบ่อย

เพื่อให้เห็นภาพว่าทำไมต้องดูหลายค่าประกอบกัน ผมยกตัวอย่างสถานการณ์ที่พบบ่อยในห้องตรวจ (เป็นเพียงตัวอย่างเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยเฉพาะราย)

สถานการณ์ผลตรวจความหมายที่เป็นไปได้แนวทางเบื้องต้น
Tg ต่ำ แต่ Anti-Tg สูงAnti-Tg อาจรบกวนทำให้ค่า Tg ต่ำกว่าความจริง ค่า Tg ครั้งนี้อาจเชื่อถือได้ไม่เต็มที่ติดตามแนวโน้ม Anti-Tg และใช้อัลตราซาวด์เป็นตัวช่วยหลัก
Tg เพิ่มขึ้น แต่อัลตราซาวด์ปกติอาจเป็น Biochemical Incomplete Response ยังไม่พบก้อนชัดเจนดูแนวโน้ม Tg หลายครั้ง ควบคุม TSH และอาจตรวจภาพถ่ายเพิ่มเติม
Tg ยังต่ำ แต่อัลตราซาวด์พบต่อมน้ำเหลืองผิดปกติอาจมีโรคหลงเหลือเฉพาะที่ แม้ค่าเลือดยังไม่สูงพิจารณาเจาะชิ้นเนื้อต่อมน้ำเหลืองและวางแผนรักษาเพิ่มเติม

ถ้าค่า Tg สูงขึ้น แปลว่ามะเร็งกลับมาแน่นอนหรือไม่?

ไม่เสมอไป ระดับ Tg ที่เปลี่ยนแปลงต้องแปลผลร่วมกับ

ดังนั้น การเห็นค่า Tg สูงขึ้นครั้งเดียว ไม่ได้หมายความว่ามะเร็งกลับมาเป็นซ้ำทันที ดูแนวทางเฝ้าระวังเพิ่มเติมที่ การติดตามและการกลับเป็นซ้ำของมะเร็งไทรอยด์

"หมอครับ Tg ขึ้นนิดเดียว แปลว่ามะเร็งกลับมาใช่ไหม?"

"อย่าเพิ่งดูแค่ตัวเลขครับ เราต้องดูทั้งภาพรวม"

ผมจะเปิดดูผลอัลตราซาวด์ เปรียบเทียบผลเลือดย้อนหลัง ดูค่า Anti-Tg และประเมินร่วมกับข้อมูลทางพยาธิวิทยา บางครั้งตัวเลขเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยแต่โรคยังคงสงบดี ในทางกลับกัน บางรายแม้ Tg จะต่ำ แต่หากอัลตราซาวด์พบความผิดปกติ ก็อาจต้องตรวจเพิ่มเติม การติดตามผู้ป่วยมะเร็งไทรอยด์จึงไม่ใช่การดูค่าใดค่าหนึ่ง แต่เป็นการนำข้อมูลทั้งหมดมาประกอบกัน

ความเชื่อ ผ่าตัดเสร็จแล้ว ไม่ต้องติดตามอีก

ข้อเท็จจริง การติดตามระยะยาวเป็นส่วนสำคัญของการรักษามะเร็งไทรอยด์ แม้ผลการผ่าตัดจะดีมากก็ตาม

ความเชื่อ Tg เท่ากับศูนย์เท่านั้นจึงถือว่าปกติ

ข้อเท็จจริง การแปลผล Tg ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดของการผ่าตัด ระดับ TSH การกลืนแร่ และค่า Anti-Tg จึงไม่ควรใช้ตัวเลขเดียวตัดสิน

ความเชื่อ ผู้ป่วยมะเร็งไทรอยด์ทุกคนต้องกลืนแร่

ข้อเท็จจริง แนวทางปัจจุบันพิจารณาตามระดับความเสี่ยงของโรค ผู้ป่วยความเสี่ยงต่ำจำนวนมากอาจไม่จำเป็นต้องได้รับการกลืนแร่

ให้หมออังกูรช่วยดูแลการติดตามหลังผ่าตัดมะเร็งไทรอยด์

หากคุณผ่าตัดมะเร็งไทรอยด์แล้วและอยากได้แผนติดตามที่ชัดเจน หรืออยากให้ช่วยอ่านผล Tg, Anti-Tg และอัลตราซาวด์ ผมยินดีดูแลต่อเนื่อง ตรวจติดตามและผ่าตัดที่ รพ.พญาไท 2 และ รพ.บำรุงราษฎร์ ทักมาปรึกษาผ่าน LINE @drangkoon ได้เลยครับ

ปรึกษาผ่าน LINE @drangkoon
นพ.อังกูร อนุวงศ์ ศัลยแพทย์ผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้องทางช่องปาก
นพ.อังกูร อนุวงศ์ (Dr. Angkoon Anuwong)
ศัลยแพทย์ผู้คิดค้นเทคนิคผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้องทางช่องปาก (TOETVA)

ผู้คิดค้นการผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้องทางช่องปากแบบไร้แผลที่คอ (TOETVA) ประสบการณ์ผ่าตัดไทรอยด์มากกว่า 6,800 ราย ตลอดกว่า 12 ปี ผลงานตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์นานาชาติ เทคนิคถูกนำไปใช้ใน 45 ประเทศทั่วโลก · เลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม ว.30603

คำถามที่พบบ่อย

หลังผ่าตัด TOETVA ต้องตรวจอัลตราซาวด์หรือไม่?

ต้องตรวจ เพราะเป็นหนึ่งในวิธีสำคัญในการติดตามการกลับเป็นซ้ำของโรค ไม่ว่าผ่าตัดด้วย TOETVA หรือแบบเปิด

ทำไมต้องตรวจ Tg และ Anti-Tg พร้อมกัน?

เพราะ Anti-Tg อาจรบกวนการแปลผล Tg การดูทั้งสองค่าร่วมกันช่วยให้ประเมินโรคได้แม่นยำมากขึ้น

ถ้า Tg สูงขึ้น ต้องกลืนแร่ทันทีหรือไม่?

ไม่จำเป็น แพทย์จะประเมินร่วมกับผลอัลตราซาวด์ ค่า Anti-Tg ระดับ TSH และข้อมูลทางคลินิกก่อนตัดสินใจ

หลังผ่าตัดต้องติดตามนานกี่ปี?

มะเร็งไทรอยด์สามารถกลับเป็นซ้ำได้แม้ผ่านไปหลายปี จึงควรติดตามต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์ โดยระยะเวลาจะแตกต่างกันตามระดับความเสี่ยงและการตอบสนองต่อการรักษา

ถ้าไม่มีอาการ ยังต้องมาตรวจตามนัดหรือไม่?

ควรมา เพราะการกลับเป็นซ้ำในระยะแรกหลายครั้งไม่มีอาการ การตรวจติดตามช่วยให้ตรวจพบความผิดปกติได้ก่อนที่จะมีอาการและเพิ่มโอกาสในการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

← ก่อนหน้า
ผลการรักษาระยะยาว TOETVA ในมะเร็งไทรอยด์
อ่านต่อ · บทความที่เกี่ยวข้อง
ความรู้ไทรอยด์เพิ่มเติมจากหมออังกูร
  1. ผลการรักษาระยะยาว TOETVA ในมะเร็งไทรอยด์
  2. มะเร็งไทรอยด์ ผ่า TOETVA ได้ไหม
  3. ผ่าตัดมะเร็งไทรอยด์แล้ว ทำไมต้องตรวจติดตามหลายปี
  4. เกณฑ์การคัดเลือกผู้ป่วย TOETVA
ดูบทความทั้งหมดได้ที่ คลังความรู้ไทรอยด์ · drangkoon.com
ปรึกษา LINE